ครีมรักษาสิว

นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาโลกแตกเลยทีเดียวสำหรับการที่หนุ่มๆ สาวๆ จะเลือกหาครีมรักษาสิวมาใช้สักยี่ห้อหนึ่งเพราะว่ามีขายกันเกลื่อนกลาดเต็มท้องตลาดไปหมดและแต่ละแบรนด์ก็ต่างโฆษณาว่าของตัวเองดียังงั้นดียั้งงี้หรือบางทีอาจยกเมฆมาถึงขั้นเป็นยาวิเศษในสามโลกเลยก็ว่าได้ทำให้เราวุ่นวายสับสนในใจไม่น้อยเลยกับการเลือกซื้อ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีทริคดีๆ ในการเลือกหาซื้อครีมรักษาสิวมาฝากกัน โดยขั้นตอนแรกเลยนั้นเราต้องทำการสำรวจก่อนว่าตัวเองนั้นเป็นสิวประเภทไหนไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน, สิวอักเสบ, สิวผด หลังจากนั้นจึงค่อยมาดูว่าควรใช้ยากลุ่มไหนในการรักษาสิวที่เราเป็น แต่ก็ขอแนะนำให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ พยาพยาเลือกครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมหรือทำมาจากสมุนไพรได้จะเป็นการดีที่สุดเพราะว่ามักจะไม่มีผลเสียหรือผลข้างเคียง แม้ว่าครีมรักษาสิวประเภทนี้อาจจะใช้เวลาในการรักษานานกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสารเคมี

แต่หากอดรนทนไม่ไหวอยากให้ได้ผลเร็วๆ แล้วล่ะก็ขอแนะนำให้ใช้ครีมรักษาสิวจากสารเคมีที่โรงพยาบาลแนะนำนั้นมันจะดีกว่าเพราะว่าเป็นพวกคลินิคนั้นไม่ค่อยรู้เท่าไหร่เอาแต่ฟันกำไรท่าเดียว และที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั้นก็คือให้ท่องจำเอาไว้เลยว่าครีมรักษาสิวที่ดีไม่มีราคาถูกมีแต่คุณภาพสมราคาเพราะว่าครีมรักษาสิวที่มีราคาแพงนั้นมันก็เหมือนเราซื้อความรู้ที่เขาอุตส่าห์คิดค้นสูตรรักษาสิวขึ้นมาได้ดีกว่าเราไปทดลองใช้หลากหลายยี่ห้อจนหน้าเบินไปหมดเลย

ครีมรักษาฝ้า

ขายส่งหมอนผ้าห่มราคาถูก ร้านนี้เลยจร้าา www.monpahom.com

13935007_1083482101717713_1667908384789059780_n

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนที่มีปัญหาฝ้า กระกวนใจ ตอนนี้อาจจะกำลังมองหาครีมรักษาฝ้ากันอยู่จริงไหม แต่ก่อนอื่นที่จะเลือกซื้อครีมรักษาฝ้ามาใช้ ควรพิจารณาตามคำแนะนำของเราก่อนดีไหม โดยประเดิมจากการคำนึงถึงส่วนประกอบสำคัญ ซึ่ง
ครีมรักษาฝ้าที่ได้ควรมีส่วนประกอบที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ และแก้ไขปัญหาจุดด่างดำในตัวได้ดี และควรเป็นส่วนผสมที่มีการสกัดจากพืชพรรณสมุนไพรจากธรรมชาติเท่านั้น จึงจะไว้วางใจได้ว่าปลอดภัยไร้สารเคมีตกค้างจริง เช่น ชะเอมเทศจะทำหน้าที่ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีของผิว ทำให้ผิวที่มีฝ้าจางลงและขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ, วิตามีนซีที่มีหน้าที่ช่วยลดความหมองคล้ำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน พร้อมกับช่วยทำหน้าที่ซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลายให้กลับมาแข็งแรงสดใส, หัวไชเท้าช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีและทำหน้าที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนเผยผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์นุ่มนวลและกระจ่างใส ปัญหาฝ้ากระก็จะค่อยๆ จางลง

ขณะเดียวกันนั้นก็ควรทาครีมกันแดดปกป้องเสมอเพื่อให้การใช้ครีมรักษาฝ้าเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หากสาวๆ จะต้องออกแดดบ่อยก็ควรเลือกทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง โดยทาก่อนออกแดด 30 นาที และควรเลือกชนิดที่สามารถปกป้องรังสีจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ อย่างน้อยควรเลือกประเภทที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะยิ่งดีมากทีเดียว

นอกจากการดูส่วนประกอบที่สำคัญแล้ว ยังต้องตรวจสอบดูวันหมดอายุหรือวันเดือนปีที่ผลิตด้วยว่าผลิตเมื่อไร เพราะหากครีมมีอายุนานเกินไป อาจจะค้างสต็อกจำหน่ายไม่หมดก็อาจจะหมดอายุไปนานแล้วก็ได้ นอกจากนี้ ควรคำนึงด้วยว่าผ่านการรับรองจากอย.แล้วหรือไม่ หากมีเลขทะเบียนจากอย.ก็เป็นที่มั่นใจได้ว่าครีมรักษาฝ้าที่คุณใช้อยู่มีมาตรฐานไว้วางใจได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นับว่าเป็นผลดีต่อสาวๆ ที่กำลังมองหาครีมรักษาฝ้ามาใช้ไม่น้อย การเลือกซื้อครีมรักษาฝ้า กระที่ดี อย่าหลงกลไปตามคำเชิญชวนหรือการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณที่เวอร์เกินจริง เราต้องคำนึงถึงปัจจัยความเป็นไปได้อื่นๆ พร้อมกันด้วย ก่อนที่หน้าสวยๆ ของสาวๆ จะพังก่อนวัยอันควร

 

 

 

ครีมรักษากระ

ใบหน้าของผู้หญิงเรามักมาพร้อมปัญหาต่างๆ ที่เป็นตำหนิทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว ฝ้า กระและจุดด่างดำ สำหรับใครที่มีปัญหากระบนใบหน้า วันนี้เรามีคำแนะนำในการใช้ครีมรักษากระเพื่อลดเลือนรอยกระบนใบหน้าให้จางลงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำไปควบคู่กับคำแนะนำของเราดังนี้ด้วยการเริ่มต้นจากใช้ตามคำแนะนำของฉลากครีมจากการพิจารณาบนตัวผลิตภัณฑ์ความงามทุกชนิดมาพร้อมฉลาก ข้อบ่งใช้หรือวิธีการใช้ที่ถูกต้องเสมอ เช่น การทาครีมรักษากระหลังล้างหน้าเป็นประจำเช้า-เย็น โดยทาบางๆ เป็นต้น เพราะหากคุณทาวันละครั้งหรือละเลยการหมั่นทาเป็นประจำตามฉลากวิธีใช้ก็อาจจะทำให้ผลของการรักษาเป็นไปได้ช้ากว่าที่จะเป็น

ผิวหน้าของเราเป็นส่วนที่บอบบางมากที่สุด ดังนั้น ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง สาวๆ ละเลยไม่ได้เลยก็คือการทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีที่เข้ามาทำลายผิว เพราะมันจะยิ่งทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ แห้งกร้าน รอยฝ้า กระจะยิ่งเข้มมากขึ้น โดยควรเลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป หากต้องออกแดดแรงจัดนานๆ ควรเลือกใช้ค่า SPF 30 ขึ้นไปจะดีมาก และควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงยิ่งดี

นอกจากการทาครีมกันแดดป้องกันแล้ว สาวๆ ควรต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด โดยการกางร่ม สวมหมวก แว่นตากันแดดหรือสวมเสื้อคลุมทับก็ได้เช่นกัน เพราะแดดบ้านเราร้อนแรงมาก ย่อมทำลายผิวอ่อนเยาว์ขาวใสของเราให้หมองคล้ำได้ง่าย และทั้งยังจะลดเลือนประสิทธิภาพของครีมรักษากระให้เห็นผลช้าลงอีกด้วย

ครีมทาฝ้า

ครีมทาฝ้าที่มีให้เลือกซื้อเลือกหาตามท้องตลาดทั่วไปนั้นมันมีกันอย่างมากมายและหลากหลายกันไปด้วยส่วนผสมต่างๆ อย่างชนิดที่จัดหนักจัดเต็มกันมาอ้างว่าดีอย่างโง้นดีอย่างงี้แต่ที่อยากจะให้สังเกตกันให้ดีว่าควรที่จะต้องมีสารประกอบตัวนี้อยู่ด้วยในครีมทาฝ้านั่นก็คือ “อัลฟ่าอาร์บูติน” ซึ่งเป็นอนุพันธุ์สารสกัดอันล้ำลึกจากต้นเบียร์เบอร์รี่ที่ไม่ใช่สารสกัดเบียร์เบอร์รี่ปกติ โดยมีฤทธิ์ในการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินทุกขั้นตอนแถมยังปรับผิวหน้าของเราให้มีสีขาวสดใสได้ภายในสัปดาห์เดียวเท่านั้นเองชนิดที่ว่าไม่ต้องไปพึ่งพาการยิงเลเซอร์หรือทำทรีทเม้นท์เนื่องจากเราสามารถกำหนดความเข้มข้นของสารได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้สารอัลฟ่าอาร์บูตินเพียวๆ มีสรรพคุณที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียวเมื่อสามารถยับยั้งเม็ดสีเมลานินได้อย่างเฉียบขาด ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะเป็นส่วนประกอบสำคัญเป็นอย่างยิ่งในครีมทาฝ้าเพื่อเป็นการลดเม็ดสีที่เกิดจากการอักเสบของสิว ขณะเดียวกันนั้นคนที่ต้องการเปลี่ยนสีผิวจากคล้ำเป็นขาวก็ให้ผสมสารอัลฟ่าอาร์บูตินลงในเนื้อครีมทาหน้าหรือทาตัวราว 20% ซึ่งปกติแล้วนั้นครีมที่มีสารอัลฟ่าอาร์บูตินแบบเข้มข้นมักจะผสมลงไปเพียงแค่ 5% เท่านั้นเองเนื่องจากต้นทุนครีมจะแพงมาก แต่หากเราผสมเองก็จะได้ในปริมาณที่มากกว่านั้นโดยที่ยิ่งเข้มข้นเท่าไหร่ก็จะให้ผลไวมากขึ้นเท่านั้น ส่วนครีมทาฝ้าหรือโลชั่นทาผิวที่มีราคาถูกมักจะผสมสารอัลฟ่าอาร์บูตินลงไปเพียงแค่ 0.1% จึงทำให้เห็นผลได้ยากมากเพราะว่าน้อยเกินไปนั่นเอง

ครีมทากระ

นอกจากเราจะใช้ครีมกันแดดในการใช้เป็นครีมทากระเพราะไปจัดการที่ต้นเหตุของกระนั่นก็คือแดดนั่นเอง รวมไปถึงครีมทากระที่วางจำหน่ายจากนวัตกรรมล้ำสมัยที่ผลิตออกมาเป็นครีมต่างๆ ที่ผสมสารเคมีเพื่อใช้รักษากระ แต่วันนี้เรามีครีมทากระฉบับธรรมชาติมาให้ลองไปทำใช้กันดูแล้วจะรู้ว่าใช้ดีไม่มีพิษมีภัยแถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกต่างหาก สำหรับลำดับแรกนั้นขอประเดิมด้วยครีมทากระสมุนไพรจากว่านหางจระเข้ด้วยการนำวุ้นว่านหางจระเข้มาปั่นให้ละเอียดแล้วนำไปทาตรงที่เป็นกระแทนครีม รวมไปถึงครีมทากระสมุนไพรใบกระเพราแห้งที่นำใบกระเพรามาปั่นให้ได้ราว 3-4 ช้อนโต๊ะแล้วใส่น้ำต้มสุกลงไปและคนให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนที่จะนำไปแช่เย็นและเอาไว้ทางตรงที่เป็นกระวันละ 2 ครั้ง

สำหรับอีกสูตรที่ขอแนะนำนั้นนั่นก็คือครีมทากระมะขามเปียกผสมน้ำผึ้งโดยให้คั้นเอาน้ำมะขาวเปียกไปตั้งไฟอ่อนจนสุกแล้วใส่น้ำผึ้งคนเข้าไปก่อนที่จะนำไปทาหน้าวันละชั่วโมงก็จะช่วยให้หน้าใสไร้กระ ขณะเดียวกันอีกสูตรที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือครีมทากระข้าวโอ๊ตกับมะม่วงหิมพานต์ด้วยการนำเอาส่วนผสมทั้งคู่มาบดเข้ากันผสมน้ำนิดหน่อยแล้วคนให้เข้ากันก่อนจะนำไปพอกหน้าทิ้งไว้สัก 10 นาทีแล้วล้างออก ซึ่งทำเป็นประจำกระก็จะจางไปเอง นอกจากนี้ก็มีครีมทากระสูตรหัวไชเท้าที่นำเอาหัวไชเท้าไปล้างให้สะอาดแล้วปั่นจนละเอียดพร้อมผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะแล้วนำไปพอกหน้าราว 15 นาทีค่อยล้างออกกระก็จะจางลงเอง

การลดต้นขาด้วยท่าออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีที่สุดของการลดน้ำหนัก และลดสัดส่วนของร่างกาย ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน จึงทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อเยอะขึ้น รวมไปถึงมีร่างกายที่แข็งแรง และสุขภาพดีตามไปอีกด้วยค่ะ หลายๆ คนมีปัญหาต้นขาใหญ่ แต่ร่างกายส่วนอื่นๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่สมส่วนปกติ ดังนั้นคุณควรหาวิธีออกกำลังกายที่เน้นการลดต้นขาให้เล็กลง ร่วมกับการออกกำลังกายปกติด้วย วันนี้เรามีท่าออกกำลังกายเพื่อลดต้นขามาฝากกันค่ะ

ท่าที่ 1 ให้คุณนอนหงายราบกับพื้น และเหยียดขาทั้งสองข้างให้ตรงและตึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็ค่อยๆ ยกขาทีละข้างขึ้นในกลางอากาศ แล้วนับ 15-30 และสลับข้างกันทำ หรือจะยกขาทั้ง 2 ข้างไว้กลางอากาศเลยก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไหว ทำอย่างนี้ประมาณ 3 ครั้ง หรือสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้เมื่อร่างกายเกิดความเคยชินกับการออกกำลังกายท่านี้แล้ว

ท่าที่ 2 ให้นอนหงาย แล้วยกขาทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งสะโพกขึ้นใช้มือทั้งสองข้างช่วยยันสะโพกไว้ จากนั้นทำท่าปั่นจักรยานกลางอากาศประมาณ 200 ครั้ง หรือประมาณ 15-30 นาที ค่อยๆ เพิ่มความนานขึ้นเรื่อยๆ ท่านี้ก็จะช่วยลดต้นขาให้คุณได้ค่ะ

สิ่งสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อลดสัดส่วน โดยเฉพาะต้นขานั้น ก็คืออย่าหักโหม และใช้ท่าบริหารหนักๆ ในช่วงแรกของการออกกำลังกาย คุณควรการทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ หรือทำเป็นประจำทุกวัน และเพิ่มจำนวนการนับตัวเลขให้มากขึ้นหรือเพิ่มความนานขึ้นของการออกกำลังกายแต่ละท่า เมื่อร่างกายเกิดความชำนาญหรือเคยชิน ยิ่งทำได้มากคุณก็จะยิ่งเป็นผลดีกับตัวคุณค่ะ

การลดต้นขาด้วยท่าย่อเข่า

การย่อเข่าทำให้รู้สึกถึงการตึงและเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อที่ขาและต้นขา รวมไปถึงสะโพกด้วย ดังนั้นการย่อเข่าจึงสามารถช่วยในการกำจัดไขมันส่วนเกินที่บริเวณดังกล่าวและช่วยลดต้นขาลงได้ รวมถึงช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่บริเวณต้นขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากอีกด้วย ซึ่งการย่อเข่าให้ผลคล้ายๆ กับการออกกำลังกายด้วยท่าลุกนั่ง นั่นเองค่ะ

การลดต้นขาด้วยท่าย่อเข่าต้องทำให้ถูกวิธีคุณถึงจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า โดยวิธีการที่ถูกต้องคือ ให้คุณยืนพร้อมกับแยกขาออก ให้ความกว้างของขาอยู่ระหว่างหัวไหล่ทั้งสองข้างของ จากนั้นให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่งก็ได้ แล้วลดตัวย่อเข่าลงไปข้างหน้าประมาณ 90 องศา ย่อตัวลงให้หัวเข่าของขาหลังอยู่ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยพยายามให้คอและหลังเหยียดตรงตลอดเวลา แล้วทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ให้น้ำหนักตัวลงไปที่ส้นเท้าและหัวเข่า คุณอาจจะยกลูกเหล็กขนาด 5-10 ปอนด์ ไว้ตรงด้านข้างของลำตัว ระหว่างที่ออกกำลังกายในท่านี้ไปด้วยก็ได้ ควรบริหารต้นขาทั้งสองข้างด้วยท่านี้ประมาณข้างละ 30 ครั้ง โดยเริ่มทำทีละข้าง พักแล้วก็ให้เริ่มทำใหม่อีกข้าง

นอกจากนี้ การเดินก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณสาวๆ ลดต้นขาลงได้ เนื่องจากการเดินเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อขา จึงทำให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงและทำให้ไขมันบริเวณนั้นถูกเผาผลาญได้อย่างดี จึงทำให้ต้นขาของคุณเล็กลงและกระชับขึ้น ดูสวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

การลดต้นขาด้วยการขึ้น-ลงบันได

คุณผู้หญิงที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่อยากแก้ปัญหาต้นขาใหญ่ ให้คุณลองสวมรองเท้าส้นสูงแล้วเดินขึ้น-ลงบันไดดูซิคะ เพราะนี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณลดต้นขาและมีขาที่เรียวสวยได้ โดยให้คุณเริ่มจากการขึ้น-ลงบันไดเพียง 1 ชั้นก่อน แล้วสลับกับการเดินบนพื้นราบ ควรเกาะราวบันไดในขณะที่เดินในช่วงแรกๆ เมื่อคุณเริ่มชำนาญและชินแล้ว จึงปล่อยมือจากการจับราวบันไดได้ ถ้าร่างกายไม่มีอาการผิดปกติใดๆ จึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนชั้นขึ้นเรื่อยๆ

สาวๆ รู้หรือไม่ว่าการขึ้นบันไดสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8-11 กิโลแคลอรี่ต่อการขึ้นบันไดในหนึ่งนาทีทีเดียวค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นการเผาผลาญพลังงานที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการลงบันไดนั้น คุณจะสามารถเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่าการขึ้นบันไดประมาณ 1 ใน 3 ของการขึ้นบันได เนื่องจากการเดินขึ้น-ลงบันได เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ จนถึงขนาดมีการแข่งขันการเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นประจำทุกปี ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการออกกำลังกายและเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย สะดวกทุกที่ ทุกเวลา และสามารถทำได้เป็นประจำทุกวันอีกด้วย การเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิค ที่ทำให้หัวใจแข็งแรง และยังทำให้กล้ามเนื้อต้นขา น่อง และสะโพกกระชับ แข็งแรงขึ้น แถมอาการปวดข้อยังน้อยกว่าการวิ่งอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกด้วยว่า การขึ้น-ลงบันไดเฉลี่ยวันละ 2 ชั้นสามารถลดน้ำหนักได้ 2.7 กิโลกรัมในเวลา 1 ปี และมีหลักฐานยืนยันว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดสามารถเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกได้ในผู้หญิงช่วงวัยหมดประจำเดือน อีกทั้งสามารถลดปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกาย และเพิ่มปริมาณไขมันชนิดดีได้ให้กับร่างกายได้อีกด้วย

การลดต้นขาด้วยการขจัดเซลลูไลท์

เซลลูไลท์ ที่สาวๆ หลายคนรู้จักและกลัวเป็นอย่างมากนั้น คือ เซลล์ก้อนไขมันขนาดใหญ่ ที่อัดกันหนาแน่นอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นนูนขึ้นมาเป็นตะปุ่มตะป่ำ เรียกว่า เซลลูไลท์ หรือเรียกว่าผิวเปลือกส้มนั่นเองค่ะ ไขมันนี้จะพบได้ทั้งคนผอมและคนอ้วน แต่มักพบในผู้หญิงมากกกว่าผู้ชาย ซึ่งร่างกายจะสะสมเซลลูไลท์ไว้ที่บริเวณใต้ท้องแขน หน้าท้อง ต้นขา และสะโพก ค่ะ วันนี้เรามีคำแนะนำในนวดสลายเซลลูไลท์เพื่อให้ผิวบริเวณดังกล่าวเล็กลงและเรียบเนียนขึ้นมาฝากกันค่ะ

คุณรู้หรือไม่ว่าการนวดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดต้นขาให้คุณได้ โดยการนวดที่จะทำให้ต้นขาเล็กลงนั้น ให้คุณนวดเป็นวงกลมเบาๆ ให้ทั่วบริเวณขาของคุณเป็นเวลา 15-30 นาทีทุกวัน เพื่อเป็นการขจัดเซลลูไลท์ให้ออกไปจากต้นขาของคุณเพียงเท่านี้ก็จะทำให้ต้นขาของคุณเล็กลงได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเห็นความแตกต่างของต้นขาที่ลดลงได้อย่างช้าๆ ไม่เท่ากับการออกกำลังกายเฉพาะส่วน แต่การนวดเพื่อขจัดเซลลูไลท์ลดต้นขาก็เป็นวิธีการช่วยเสริมวิธีการออกกำลังกายในเบื้องต้นได้นะคะ นอกจากการนวดจะช่วยลดต้นขาให้เล็กลงได้แล้ว การนวดต้นขานั้นยังสามารถทำให้เซลลูไลท์บริเวณต้นขาน้อยลงอีกด้วย เพราะการนวดนั้นเป็นการขับไล่สารพิษที่สะสมอยู่ออกไปจากร่างกายได้ จึงทำให้เซลลูไลท์ที่ผิวบริเวณนั้นมีขนาดเล็กลงตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายวิธีในการลดเซลลูไลท์ ไม่ว่าจะเป็นการลดบริโภคไขมันและน้ำตาล ดื่มน้ำให้เพียงพอกับร่างกาย หรือการใช้วิธีดีท็อกซ์ ทั้งอบไอน้ำ ซาวน่า ก็ช่วยขจัดเซลลูไลท์หรือไขมันส่วนเกินได้เช่นกันค่ะ

การลดต้นขาด้วยการกระโดดเชือก

คุณรู้หรือไม่ว่าการกระโดดเชือกติดต่อกัน 15 นาที เท่ากับการวิ่งจ๊อกกิ้งนานถึง 30 นาทีเชียวค่ะ นอกจากนี้เหล่าเทรนเนอร์ของดาราดังทั้งหลาย ก็แนะนำให้ดาราสาวที่มีน้ำหนักเริ่มจะเกินมาตรฐาน ให้รีบฟิตหุ่นด้วยการกระโดดเชือกทุกเช้าและเย็น เพื่อเป็นการลดน้ำหนัก เนื่องจากการกระโดดเชือกเป็นการเร่งกระบวนการเผาผลาญของไขมันให้ทำงานดีขึ้นและกระชับสัดส่วนแขนขาได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

การกระโดดเชือกให้ถูกวิธี ควรเริ่มตั้งแต่การเลือกเชือกที่นำมาใช้ในการกระโดด ให้คุณซื้อเชือกกระโดดที่ทำจากพลาสติก PVC เส้นเล็กๆ และหลีกเลี่ยงเชือกที่เป็นผ้าหรือเชือกที่มีการถ่วงน้ำหนัก ทั้งแบบที่เป็นท่อยาง และแบบที่ถ่วงน้ำหนักที่ด้ามจับ จากนั้นก็ปรับความยาวของเชือกให้พอดีกับส่วนสูงของตัวเอง โดยจะวัดความยาวของเชือกที่เหมาะสม ได้จาก ให้คุณยืนแล้วใช้เท้าเหยียบไว้ที่กึ่งกลางเชือก ดึงเชือกขึ้นมาให้ปลายด้ามจับต้องเสมอกับรักแร้พอดี  ดังนั้นจึงต้องเลือกซื้อเชือกที่ยาวๆ ไว้ก่อน เพราะสามารถตัดให้สั้นลงได้หากเชือกมีความยาวเกินไป

การลดต้นขาด้วยการกระโดดเชือกที่ถูกต้อง จะช่วยลดแรงกระแทกและไม่เกิดอันตรายต่อเข่า การกระโดดเชือกที่ถูกวิธี จะต้องกระโดดเพียงแค่ต่ำๆ ให้เท้าสูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้วก็พอค่ะ โดยที่จะ ใช้กล้ามเนื้อน่อง และข้อเท้า รวมถึงการงอเข่าเล็กน้อยด้วย เพื่อช่วยในการลดแรงกระแทกลงได้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแรงกระแทกที่เกิดขึ้นนี้ยังน้อยกว่าการวิ่งอีกด้วย จึงไม่ทำให้มีอาการปวดหัวเข่า หรือปวดขา